|
- งดอาหารและน้ำ 8-12 ชั่วโมงก่อนเจาะเลือด หากต้องการตรวจเฉพาะระดับน้ำตาลในเลือด ควรงดอย่างน้อย
8 ชั่วโมง แต่หากต้องการตรวจระดับไขมันในเลือดด้วย อาจต้องงดถึง 12 ชั่วโมง - การตรวจระดับน้ำตาลในเลือดสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน บางกรณีแพทย์จะระบุว่าไม่จำเป็นต้องงดอาหาร - ควรไปถึงโรงพยาบาลในช่วงเช้า เพื่อไม่ให้ร่างกายอิดโรยเกินไป เพราะงดน้ำและอาหารมาหลายชั่วโมงแล้ว - สวมเสื้อผ้าที่สะดวกต่อการเจาะเลือดที่ข้อพับแขน - หากต้องตรวจภายในควรสวมกระโปรง และควรตรวจก่อนหรือหลังมีประจำเดือน 7 วัน - หากทดสอบสมรรถภาพของหัวใจด้วยการวิ่งบนสายพาน (Exercise Stress Test) ควรสวมเสื้อผ้าและรองเท้า
ที่เคลื่อนไหวสะดวก - นั่งพักให้หายเหนื่อยก่อนตรวจวัดความดันโลหิต - เมื่อเจาะเลือดแล้ว ควรใช้นิ้วมือกดเบาๆ ลงบนพลาสเตอร์ที่ปิดไว้ตรงตำแหน่งที่เจาะ ประมาณ 5 นาที จนกว่า
เลือดจะหยุดไหล ไม่จำเป็นต้องพับแขน และไม่ควรนวดคลึงบริเวณที่เจาะเลือด เพราะอาจทำให้เป็นรอยช้ำ
ได้ - ผู้ที่มีประวัติเขียวช้ำง่าย หรือเจาะเลือดแล้วเกิดรอยช้ำเสมอ รวมถึงผู้ที่เป็นโรคเลือดหรือโรคที่ทำให้เลือดแข็ง
ตัวได้ไม่ดี เมื่อเจาะเลือดแล้วให้กดนิ่งๆ ไว้นานกว่าปกติเล็กน้อย เพื่อให้แน่ใจว่าเลือดหยุดแล้วจึงไปทำ
กิจกรรมอื่น - ทำความสะอาดบริเวณภายนอกอวัยวะขับถ่ายด้วยน้ำสะอาดก่อนเก็บปัสสาวะ - การใช้ทิชชูเช็ดทำความสะอาด อาจทำให้ปนเปื้อนเชื้อโรคจากทิชชูได้ - เก็บปัสสาวะช่วงกลาง คือปล่อยปัสสาวะช่วงต้นทิ้งไปเล็กน้อย และทิ้งปัสสาวะช่วงสุดท้ายไป - กรณีที่ต้องการถ่ายอุจจาระ หรือต้องเก็บอุจจาระด้วย ควรเก็บปัสสาวะก่อน เพื่อป้องกันการปนเปื้อน - หากมีประจำเดือนควรเลื่อนการตรวจร่างกายไปก่อนจนกว่าจะหมด การตรวจปัสสาวะขณะมีประจำเดือน จะมี
เม็ดเลือดแดงปน ซึ่งมีผลต่อการอ่านค่า - กรณีเก็บอุจจาระ ควรถ่ายลงบนโถที่แห้งก่อนใช้ไม้หรือช้อนพลาสติกป้ายตัวอย่างอุจจาระขนาดประมาณหัวแม่
มือใส่ลงในภาชนะที่เตรียมไว้ หากถ่ายลงน้ำอาจทำให้อุจจาระถูกเจือจางด้วยน้ำ ซึ่งมีผลต่อการตรวจ - หากสังเกตเห็นอุจจาระที่ผิดปกติ เช่นมีมูกสีขาว หรือมีสีแดงหรือดำคล้ายเลือด ควรป้ายบริเวณนั้นมาตรวจ
ด้วย - ตรวจสอบชื่อ นามสกุล บนภาชนะที่เก็บเลือด ปัสสาวะ และอุจจาระให้ดีว่าถูกต้องแล้ว - หากสงสัยว่าตั้งครรภ์ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนตรวจร่างกาย หากตั้งครรภ์ไม่ควรเอกซเรย์ - ถอดเสื้อ เสื้อชั้นใน และเครื่องประดับที่เป็นโลหะก่อนเอกซเรย์ - บางโรงพยาบาลได้ยกเลิกการเก็บฟิล์มเอกซเรย์ โดยแพทย์สามารถเรียกดูภาพจากห้องตรวจผ่านระบบ
คอมพิวเตอร์ หากต้องการฟิล์มเอกซเรย์กลับบ้าน อาจต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม - การตรวจเอกซเรย์เต้านม (Mammogram) ควรตรวจก่อนหรือหลังมีประจำเดือน 7 วัน งดทาแป้ง โลชั่น ครีม
และโรลออน บริเวณเต้านมและรักแร้ในวันตรวจ และควรงดอาหารไขมันสูงก่อนตรวจ 3 วัน - การตรวจมะเร็งปากมดลูก ห้ามสอดยา เหน็บยา หรือสวนล้างภายในช่องคลอด และงดมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัน
ตรวจ - ก่อนตรวจลำไส้ใหญ่ 2 วัน ควรรับประทานอาหารอ่อนและมีกากน้อย เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก ไข่ ปลา น้ำเต้าหู้ และ
ควรงดผัก ผลไม้ และต้องรับประทานยาระบายหลังอาหารเย็นหรือก่อนนอนเป็นเวลา 2 วัน - การตรวจอัลตราซาวนด์ช่องท้องส่วนบน ควรงดน้ำและอาหารก่อนทำ 6 ชั่วโมง หากกระหายน้ำ ให้จิบน้ำได้
เล็กน้อย - การตรวจอัลตราซาวนด์ช่องท้องส่วนล่างหรือมดลูก ควรดื่มน้ำมากๆ และอย่าเพิ่งปัสสาวะก่อนตรวจ - การตรวจบางอย่างอาจต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะทราบผล เช่น ตรวจโรคธาลัสซีเมีย ตรวจมะเร็งปากมดลูก - หากผลการตรวจไม่ปกติและต้องมีการตรวจรักษาเพิ่มเติมไปจากโปรแกรมการตรวจสุขภาพ ต้องมีค่าใช้จ่าย
เพิ่มเติม - นอกจากการตรวจสุขภาพทั่วไปประจำปีแล้ว ยังมีการตรวจพิเศษก่อนแต่งงาน เพื่อตรวจหาโรคเลือดทางพันธุ
กรรม เช่น โรคธาลัสซีเมีย ตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น ซิฟิลิส ตับอักเสบจากไวรัสบี และเอชไอวี
และตรวจว่ามีภูมิต้านทานต่อหัดเยอรมันหรือไม่ หากยังไม่มี ควรฉีดวัคซีนป้องกัน เนื่องจากหากติดโรค
ระหว่างตั้งครรภ์ อาจจะทำให้ทารกพิการได้ - สำหรับผู้ที่ต้องการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน แต่ไม่ทราบประวัติการติดเชื้อหรือการได้รับวัคซีนที่ชัดเจน อาจจะตรวจ
หาเชื้อและ/หรือภูมิต้านทานต่อโรคตามความเหมาะสม ส่วนผู้ที่จะไปศึกษาต่อหรือทำงานต่างประเทศ อาจ
ต้องฉีดวัคซีนหรือตรวจหาภูมิคุ้มกันต่อโรคบางโรค
|