|
การศึกษาทางวิทยาศาสตร์พบว่าในเหง้าขิงมีน้ำมันหอมระเหย ซึ่งมีสารที่ทำให้ขิงมีรสเผ็ดร้อนและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว มีฤทธิ์ขับลม ขับน้ำดี ช่วยย่อยไขมัน กระตุ้นการบีบตัวของกระเพาะอาหารและลำไส้ ทำให้ลำไส้เพิ่มการเคลื่อนไหว ช่วยบรรเทาอาการปวดท้องเกร็ง ป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร บรรเทาอาการคลื่นไส้ อาเจียน และยังมีฤทธิ์ต่อต้านเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดหนอง นอกจากนี้ยังมีการศึกษาพบว่า ขิงช่วยลดอาการข้ออักเสบได้ แต่เนื่องจากขิงมีฤทธิ์ร้อน จึงยากที่จะกินในปริมาณมากเพื่อให้ได้ผลตามที่ต้องการ ในประเทศอินเดียใช้ขิงในการบำบัดรักษาสุขภาพมานานกว่า 2,000 ปีแล้ว โดยอาศัยสารสำคัญที่ออกฤทธิ์ช่วยบรรเทาอาการปวดท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ บางตำราก็ระบุว่ามารดาที่ให้นมบุตรหากได้กินขิง สารสำคัญจากขิงสามารถผ่านไปยังน้ำนม ช่วยทำให้ทารกไม่มีอาการปวดท้องได้อีกด้วย
วิธีการนำมาใช้
บรรเทาอาการจุกเสียด ท้องอืดเฟ้อ คลื่นไส้อาเจียน เมารถเมาเรือ :
นำขิงแก่สดประมาณ 2-3 เหง้ามาทุบพอแตก แล้วนำไปต้มกับน้ำ บรรเทาอาการหวัด :
นำขิงแก่ขนาดประมาณหัวแม่มือ ทุบให้แตก ต้มกับน้ำ 1 แก้ว ใช้ไฟอ่อนๆ ต้มให้เดือดนาน 5 นาที แล้วเติมน้ำเล็กน้อย ดื่มขณะยังอุ่น 3 เวลา เช้า-กลางวัน-เย็น หรือนำขิงแก่มาปอกเปลือก ฝานเป็นชิ้นบางๆ แล้วนำไปตากในที่ร่มประมาณ 2 วันจนแห้ง แล้วนำขิงแห้ง 3 กรัมต้มกับน้ำ 1 แก้วจนเดือดนาน 3 นาที ดื่มบรรเทาอาการหวัด หรือจะใช้ขิงแก่ 2-3 เหง้า นำมาทุบให้ละเอียดต้มกับน้ำอาบเพื่อขับเหงื่อ ลดอาการไข้เนื่องจากหวัด บรรเทาอาการไอ ขับเสมหะ :
นำขิงสดมาตำ คั้นน้ำให้ได้ประมาณครึ่งถ้วย ผสมน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา ต้มกับน้ำ 2 ถ้วย ดื่มวันละ 3 ครั้ง หรือใช้ขิงสดฝนกับมะนาว เติมเกลือเล็กน้อย ใช้กวาดคอหรือจิบบ่อยๆ บรรเทาอาการท้องเสีย ท้องร่วง :
ใช้ขิงแห้งชงกับน้ำอุ่น ดื่มวันละครั้ง น้ำขิงจะช่วยให้การอักเสบที่เกิดจากพิษของเชื้อโรคลดลงและช่วยขับเชื้อโรค บรรเทาอาการปวดประจำเดือนในช่วงก่อนหรือระหว่างมีประจำเดือน:
นำขิงแก่แห้งมาต้มกับน้ำดื่มบ่อยๆ รักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก :
ตำขิงสดให้ละเอียดแล้วนำกากมาพอกที่แผล บรรเทาอาการอักเสบเป็นหนอง กำจัดกลิ่นรักแร้ :
นำเหง้าขิงแก่มาทุบ คั้นเอาแต่น้ำขิง ทารักแร้เป็นประจำจะช่วยกำจัดกลิ่นได้

|